Make your own free website on Tripod.com



ประวัติของจังหวัดเพชรบุรี





คำขวัญของจังหวัดเพชรบุรี   :  เขาวังคู่บ้าน   ขนมหวานเมืองพระ   เลิศล้ำศิลปะ   แดนธรรมะทะเลงาม


      เพชรบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ มาแต่โบราณ เคยเป็นอาณาจักรเล็กๆ อาณาจักรหนึ่ง บางสมัย มีเจ้าผู้ครองนคร หรือกษัตริย์ ปกครองเป็นอิสระบางสมัยอาจจะตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรที่เข้มแข็งกว่า เจ้าผู้ครองนครได้ส่งเครื่องบรรณาการไปยังเมืองจีนเป็นประจำ ประวัติความเป็นมาอันยาวนาน จะมีชื่อปรากฏอยู่ ในศิลาจารึกหลักที่หนึ่งสมัยสุโขทัย และมีหลักฐานทางโบราณคดี ซึ่งมีอายุย้อนไปถึง สมัยขอมและสมัยทวารวดี ทั้งยังเคยเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญชั้นเมืองลูกหลวง ในสมัยอยุธยา
      เพชรบุรีเป็นจังหวัดในภาคกลางจังหวัดหนึ่ง ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ และ สิ่งก่อสร้าง ตลอดจนวัดวาอารามที่เป็นของเก่าแก่ ปรากฏให้เห็นมากมาย มีสภาพธรรมชาติ และภูมิประเทศ ที่สวยงาม จัดว่า เป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่ง
      เพชรบุรีตั้งอยู่ ณ จุดที่เชื่อมติดต่อระหว่างภูมิภาคอื่นกับภาคใต้ จัดเป็นประตูที่จะเดินทางเข้าสู่ภาคใต้ อยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศ ห่างจากกรุงเทพฯตามระยะทางถนน ประมาณ 123 ก.ม.ซึ่งนับว่าใกล้มาก รูปร่างของจังหวัดมีลักษณะเกือบสี่เหลี่ยมกล่าวคือ ส่วนกว้างที่สุดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกยาวประมาณ 138 กม. จุดทางทิศตะวันออกสุด คือ แหลมผักเบี้ย และ จุดทางทิศตะวันตกสุดอยู่ติดกับ พรมแดนพม่าส่วนยาวจากทิศเหนือมาทิศใต้ประมาณ 80 กม. เขตแดนของจังหวัด มีความยาวทั้งสิ้น 468 กม. เป็นชายฝั่งเสีย 82 กม. ซึ่งบริเวณชายฝั่งนี้ เป็นแหล่ง หรือหัวใจทางเศรษฐกิจของจังหวัด ทั้งทางด้านการประมง การเกษตร การท่องเที่ยว และการอุตสาหกรรม ส่วนพรมแดนที่ติดกับพม่า ทางด้านทิศตะวันตกเป็นป่าเขาสลับซับซ้อนมีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นแนวกั้นอาณาเขต มีความยาวถึง 120 กม. มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 3 สาย ได้แก่แม่น้ำเพชรบุรี มีความยาวตลอดสาย 224 กม. แม่น้ำบางกลอยมีความยาว 44 กม. และแม่น้ำบางตะบูน มีความยาว 18 กม.





      อาณาเขตติดต่อ BOUNDARY
   ทิศเหนือ  ติดต่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี อำเภออัมพวาและอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
   ทิศตะวันออก   ติดต่อ อ่าวไทย เริ่มตั้งแต่ปากอ่าวบางตะบูนถึงสนามบินบ้านบ่อฝ้าย
   ทิศใต้  ติดต่อ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
   ทิศตะวันตก  ติดต่อ สหภาพพม่า

ลักษณะภูมิประเทศ เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์มากตั้งแต่อดีตประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมบริเวณลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี ภูมิประเทศ ทั่วไปแบ่งออกเป็น
     1.เขตภูเขาและที่สูงทางตะวันตก เขตนี้อยู่ในอำเภอท่ายางและกิ่งอำเภอหนองหญ้าปล้องด้านตะวันตกของเขตติดต่อกับสหภาพพม่า เป็นบริเวณที่สูงที่สุดของจังหวัดพื้นที่ตัดจากบริเวณนี้มาจะค่อย ๆ ลาดต่ำมาทางทิศตะวันออกเขตนี้เป็นเขตที่ประชากรอาศัยอยู่น้อยที่สุดพวกที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่ได้แก่ พวกกะเหรี่ยงและพวกกะหร่างซึ่งเราจัดว่าเป็นชาวเขาพวกหนึ่งอพยพข้ามมาจากสหภาพพม่า
     2.เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ เป็นเขตที่สำคัญที่สุด เปรียบประดุจเส้นโลหิตของชาว เพชรบุรี ตลอดความยาวตามลำน้ำและพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ และ ประชากรอาศัยกันอย่างหนาแน่น แม่น้ำเพชรบุรีต้นกำเนิดเกิดจากเทือกเขาบริเวณพรมแดนติดพม่าแล้วไหลมาทางตะวันออกจากนั้นก็วกขึ้นสู่ทางเหนือ ไหลออกทะเลสู่อ่าวไทยที่อำเภอบ้านแหลม
     3.เขตที่ราบชายฝั่งทะเล บริเวณนี้เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดทั้งทางด้านการประมงการท่องเที่ยวตามชายฝั่งทะเลที่ยาวประมาณ82กิโลเมตร ของจังหวัดประกอบไปด้วยภูมิประเทศต่าง ๆ กับแบ่งออกได้ดังนี้

       3.1 ที่ราบชายฝั่งตอนบน ชายฝั่งตอนนี้จะเกิดการทับถมของตะกอนจากแม่น้ำเพชรบุรีแม่น้ำแม่กลองและบางส่วนของแม่น้ำท่าจีนทำให้แผ่นดินงอกออกตลอด เวลาเริ่มตั้งแต่ปากอ่าวบางตะบูนจนถึงแหลมผักเบี้ยอยู่ในเขตอำเภอบ้านแหลมบริเวณนี้น้ำทะเลจะท่วมถึงและอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ทรัพยากรน้ำตามชายฝั่งจึงเต็มไปด้วยป่าไม้ชายเลนทำให้ประชากรบริเวณนี้มีอาชีพเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม เช่นการทำป่าไม้เผาถ่าน เลี้ยงกุ้งและการประมงเป็นต้นสภาพชายฝั่งทะเลของบริเวณนี้จะเป็นหาดโคลนซึ่งบริเวณโคลนที่ทับถมตามชายฝั่งทะเลนี้ เป็นแหล่งหอยแครงที่ใหญ่แห่งหนึ่งของไทย และ ยังมีหอยธรรมชาติอื่นๆ จำนวนมากอาศัยอยู่บริเวณนี้ทางใต้สุดของเขต คือ บริเวณแหลมผักเบี้ย
       3.2 เขตที่ราบชายฝั่งทะเลตอนใต้ เริ่มจากใต้แหลมผักเบี้ยลงมาจนถึงสุดเขตอำเภอชะอำติดต่อกับอำเภอหัวหินบริเวณนี้การตกตะกอนของโคลนตมต่างๆที่แม่น้ำพัดพามามีน้อยชายฝั่งต่างๆเป็นชายหาดสวยงามเริ่มจากหาดเจ้าสำราญซึ่งยาวประมาณ 4 กิโลเมตรบริเวณชายหาดทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ หาดชะอำชะอำเป็นชายฝั่งทะเลที่ได้รับการพัฒนาทางด้านการคมนาคมสถานที่พักผ่อนตากอากาศความปลอดภัย การบริการต่าง ๆ จึงเป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมใช้เป็นที่พัก ตากอากาศมากที่สุดแห่งหนึ่งของชายฝั่งทะเลด้านนี้

ลักษณะภูมิอากาศ เพชรบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นมีโอกาสรับแสงอาทิตย์เต็มที่ตลอดทั้งปี และจะมีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์ตรงศีรษะเที่ยงวันปีละ 2 ครั้ง คือ ราว ๆ 25 - 26 เมษายน และวันที่ 19 - 20 สิงหาคม ดังนั้น จึงทำให้เพชรบุรีเป็นเขตที่มีอุณหภูมิสูงตลอดปี ธรรมชาติที่มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศของเพชรบุรี คือ
       1.ลมมรสุม ซึ่งเกิดจากความแตกต่างพื้นดินอันกว้างใหญ่ของทวีปเอเชีย และพื้นน้ำอันกว้างใหญ่ของมหาสมุทร ทางตะวันออก และทางใต้ ของทวีป จึงเกิดลมพัดถ่ายเทระหว่างพื้นดิน และพื้นน้ำ
       2.พายุหมุน นับเป็นอิทธิพลทางธรรมชาติชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำฝนอันเกิดจากอิทธิพลของลมมรสุม พายุหมุนที่เข้าสู่เพชรบุรีส่วนใหญ่เกิดในทะเลจีนใต้และพัดเข้าสู่เพชรบุรีในสภาพของพายุดีเปรสชั่นซึ่งนานๆ จะพัดผ่านเพชรบุรีทีหนึ่ง
       3.ร่องมรสุม ส่วนใหญ่พาดผ่านในช่วงปลายฤดูเช่นตอนปลายฤดูฝน
       4.หย่อมความกดอากาศ หย่อมความกดอากาศแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

       4.1หย่อมความกดอากาศต่ำ โดยทั่วไปมักเกิดทางชายฝั่งเวียดนาม แล้วพัดผ่านจังหวัดเพชรบุรี
       4.2หย่อมความกดอากาศสูง จะพัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทยเป็นระยะๆซึ่งทำให้ประเทศไทย โดยเฉพาะ เพชรบุรีอากาศแห้งแล้ง และ เป็นฤดูหนาว
     5.อิทธิพลของลมประจำถิ่นในช่วงฤดูร้อน ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เพชรบุรีจะมีลมชนิดหนึ่ง คล้ายการเกิดลมทะเล พัดจากทะเล หรืออ่าวไทย เข้าสู่แผ่นดินมักจะพัดในช่วงบ่ายๆ จนถึงค่ำๆ ซึ่งเป็นลมที่ช่วยระบายความร้อนในช่วงฤดูนี้
เศรษฐกิจ สถานะทางเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรีอยู่ในระดับดีจังหวัดหนึ่ง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมรองลงมา ได้แก่ การค้าขายอุตสาหกรรมเป็นต้นพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ข้าว สับปะรด อ้อย ข้าวโพด มะนาว กล้วย และ พืชผักต่าง ๆ การเลี้ยงสัตว์ ส่วนใหญ่เป็นวัวกระบือ เป็ด ไก่ สุกร โรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่นโ รงสีข้าว โรงงานน้ำตาลทราย โรงงานสับปะรด และโรงงานปูนซีเมนต์ นอกจากนี้มีอุตสาหกรรมในครัวเรือนและการทำเหมืองแร่ได้แก่ดีบุก ฟลูออไรด์ ลิกไนท์ หินปูนเพื่อทำซีเมนต์ และดินดาน


ขอขอบคุณ   http://www.pet.police7.go.th/index.php
http://www.pattayainside.com/
   และ   http://province.prd.go.th/   ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล ค่ะ