Make your own free website on Tripod.com


หมู่บ้านลาวโซ่ง/ Lao Song or Thai Song Dam Tribal Villages


               หมู่บ้านลาวโซ่งหรือไทยดำ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองปรง อำเภอเขาย้อย เป็นกลุ่มชน ที่อพยพมาจาก หลวงพระบาง ประเทศลาว
          และยังรักษาวัฒนธรรมประเพณี ดั้งเดิมเอาไว้ได้ ในวันที่ ๑๐ เมษายนของทุกปี จะมีงานสังสรรค์ และการละเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ


            

               ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก   http://www.codi.or.th

               ก้อเฮือนมา สำบายดีแล้วบ่?คำกล่าวสวัสดีของชาวลาวโซ่งที่ใช้ทักทายกันเมื่อพบหน้า...

               'ชาวไทยทรงดำ? เป็นชนเผ่าไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่บริเวณดินแดนสิบสองจุไทยในเวียดนามเหนือปัจจุบัน คนไทยมักเรียกพวกเขาว่า
          'ลาวโซ่ง' หรือ 'ไทยโซ่ง' เนื่องจากอพยพผ่านมาทางประเทศลาว ซึ่งคำว่า ?โซ่ง? เป็นคำที่ถูกเรียกตามชุดแต่งกายเพราะนุ่งส่วงดำหรือกางเกงสีดำ
          ปัจจุบันนิยมเรียกว่า 'ไทยทรงดำ'


               ครั้งอดีตสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี(พ.ศ. 2322) ได้กวาดต้อนไทยดำพร้อมลาวในเวียงจันทน์และเมืองพวนมาอยู่ที่ธนบุรี ต่อมารัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ
          ให้ลาวเวียงอยู่ที่ จ.ราชบุรี ลาวพวนอยู่ที่ธนบุรี และให้ไทยทรงดำไปตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี และสืบลูกหลานมาเป็นไทยทรงดำเมืองเพชร
          ซึ่งตั้งบ้านเรือนกระจายอยู่ในเขตอำเภอเมือง บ้านแหลม บ้านลาด ท่ายาง หนองหญ้าปล้อง แต่ที่หนาแน่นที่สุดคือที่อำเภอเขาย้อย
          แถบบ้านห้วยช้าง, หนองปรง, หนองจิก, ทับคาง, ดอนทราย และหนองชุมพล


               ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้อิทธิพลจากภายนอกจะเข้ามาครอบงำมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องปรับตัวไปตามยุคสมัย แต่ชาวไทยทรงดำรุ่นก่อนๆ
          ยังคงดำเนินวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและรักษาประเพณีเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะการแต่งกาย อีกทั้งยังพยายามสืบทอดประเพณีวัฒนธรรม
          อันงดงามสู่ลูกหลานคนรุ่นใหม่ ไม่ให้ถูกกลืนไปตามกระแสวัฒนธรรมสมัยใหม่ จนหลงลืมรากเหง้าของตนเอง


               นายพนัส ล้วนเมือง กำนันบ้านหนองปลง จ.เพชรบุรี เล่าว่า ปู่ย่าตายายเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อมาถึงเมืองเพชรบุรี ประมาณปี พ.ศ. 2322 ได้อพยพ
          จากบ้านท่าแร้งมาอยู่ที่บ้านหนองปลง จ.เพชรบุรี จนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่วิถีชีวิตของชาวไทยทรงดำบ้านหนองปลงมีวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจาก
          แหล่งที่อยู่เดิมของพวกเรา ตั้งแต่การทำไร่ ทำนา ถือเป็นอาชีพหลักของชาวไทยทรงดำ ส่วนวิถีชีวิตด้านอื่นๆ เช่น เรื่องเครื่องนุ่งห่ม การแต่งกาย
          ภาษา วัฒนธรรม ยังคงรักษาและสืบทอดจากบรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบัน แต่พวกเราเริ่มมามีวัฒนธรรมใหม่เกิดขึ้น โดยการนับถือศาสนาพุทธควบคู่กับ
          การนับถือผีบรรพบุรุษ จากเมื่อก่อนจะนับถือผีบรรพบุรุษอย่างเดียว



               "การนับถือผีบรรพบุรุษเกี่ยวโยงในด้านความเชื่อ เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดมา เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การดำรงอยู่ของชาวไทยทรงดำสูญเสียวัฒนธรรม
          ไปช้าที่สุด มีวัฒนธรรมเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ซึ่งพิธีเสนเรือนหรือพิธีเซ่นผี นิยมทำ 2-3 ปีต่อครั้ง จะยกเว้นเฉพาะเดือน 9 และ เดือน 10 เท่านั้นที่จะไม่มี
          การประกอบพิธีเซ่นผี ส่วนใหญ่พิธีเสนเรือนจะทำ 3 วัน ซึ่งนอกจากถือผีก็จะมีวัฒนธรรมในด้านการสังสรรค์รื่นเริง การไปมาหาสู่กับญาติพี่น้อง?


               สัญลักษณ์การแต่งกายของไทยทรงดำ จะเห็นชัดเจนว่า ใช้เสื้อแบบเดียวกัน ส่วนใหญ่จะใช้สีขาวและสีดำ ใช้สีอื่นเพียงให้สวยงาม ผู้หญิงมักจะนุ่งผ้าซิ่น           ลายแตงโม และมวยผมเกล้าไว้บนศรีษะ ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างจากคนไทยหรือคนเชื้อสายอื่นๆ ทั่วไป

               ส่วนภาษาพูดที่ใช้โต้ตอบกัน ก็เป็นภาษาไทยดำ ที่มีลักษณะเฉพาะ ส่วนภาษาเขียนมีคนรู้เรื่องภาษาเขียนน้อยมาก

               กำนันพนัสบอกเพิ่มเติมว่า อยากให้วิถีชีวิตชาวไทยทรงดำคงความเป็นอยู่อย่างนี้จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และสิ่งที่สำคัญที่สุดอยากให้ชาวไทยทรงดำ
          หรือคนทั่วไปได้เรียนรู้เรื่องภาษาก่อนแล้วอย่างอื่นจะตามมา รวมทั้งอยากให้ภาครัฐผลักดันเรื่องการสื่อสารให้มากขึ้น ที่ผ่านมาพวกเราทำกันเอง
          ในลักษณะให้วัฒนธรรมคงอยู่ แต่ไม่มีงบประมาณใดๆ มาเสริมสร้าง


               ในส่วนขององค์กรท้องถิ่น เช่น อบต. สภาวัฒนธรรม สมาคมไทยดำแห่งประเทศไทย ต่างพยายามร่วมกันผลักดัน แต่การผลักดันให้เป็นรูปธรรม
          ค่อนข้างยาก เพราะความเป็นอยู่ในปัจจุบันต้องต่อสู้เรื่องปากเรื่องท้องกันมากขึ้น แต่ก็ได้หารือกับโรงเรียนวัดหนองปลง อยากให้นักเรียนได้ซึมซับ
          ความเป็นไทยดำ โดยเริ่มที่การแต่งกาย ตามด้วยเรื่องภาษา จากนั้นการค้นคว้าอะไรต่างๆ ก็จะตามมา อาจจะบรรจุเป็นหลักสูตรของโรงเรียน
          ต่อไปในอนาคต


               "เรื่องนี้เป็นเรื่องยากพอสมควรเพราะสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันถูกกลืนไปมากแล้ว การสืบสานวัฒนธรรมที่ดีที่สุดคือการฝังรกรากให้คนได้รัก
          และเข้าใจในเผ่าพันธุ์ให้มากที่สุด คือ เริ่มจากเด็ก ผมได้ถ่ายทอดเรื่องภาษา โดยเรามีเอกสารต่างๆ เป็นสื่อให้ศึกษาค้นคว้า ถ้าเราเริ่มจากตรงนี้ก่อน
          ก็จะสามารถนำไปสู่การปรับความเข้าใจเรื่องความเชื่อ การแสดง ความเป็นอยู่วิถีชีวิตของพวกเรา"

               ด้านนางถนอม คงยิ้มละมัย อดีตอาจารย์โรงเรียนเขาย้อยวิทยา หรือ หัวหน้าศูนย์ไทยทรงดำ โรงเรียนเขาย้อยวิทยาเล่าว่า ครูได้สอนเด็กๆ
          เขียนภาษาไทดำ ภาษาพูดไทดำ เช่น คำกล่อมเด็ก รำเยาะเย้ย แต้มสะดือ เล่นอึ่งอ่างให้เด็กนั่งบนหลังเท้าแล้วโยกไปโยกมา เด็กก็กลับไปเล่นกับน้อง
          พอไปเจอกับผู้ปกครองเขาก็จะมาเล่าให้ฟังว่าลูกเขากลับไปสืบค้นว่าอึ่งอ่างคืออะไร หรืออะไรต่างๆ ที่เราให้ทำเป็นการบ้าน คนแก่ที่อยู่บ้านเฉยๆ เด็กๆ
          ก็เข้าไปพูดคุยด้วยสืบค้นเรื่องเก่าแก่ ทำให้คนแก่มีคุณค่าทางสังคมมากขึ้น มีคุณภาพจิตที่ดีขึ้น เป็นการสร้างเยาวชนที่ถูกรูปแบบ เมื่อเด็กรักวัฒนธรรม
          แล้วจิตใจก็จะอ่อนโยน ทุกวันนี้เด็กเขียนเป็นอักษรไทดำได้ เวลากลับไปบ้านเหนื่อยๆ ไปตรวจการบ้านเด็กๆ แล้วก็หายเหนื่อย


               ครูถนอม กล่าวทิ้งท้ายว่า ?สิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือ เด็กๆ อย่าได้อายที่เกิดมาเป็นไทยทรงดำ เราต้องภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและร่วมกันสืบสาน
          ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด?


               "เฮาอยู่ดีซำนกเอี้ยง เฮาอยู่เสี้ยงซำตะเว็น เฮาอยู่เย็นซำน้ำบ่อ"...ถ้ารักษาวัฒนธรรมไทยทรงดำเราก็จะอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

               วิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างชาวไทยทรงดำแห่งบ้านหนองปลง จ.เพชรบุรี ที่ประกาศตัวตนในการที่จะผนึกความรัก ความสามัคคี
          โดยใช้วิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัย สร้างชุมชน เป็นการสร้างหน่ออ่อนของสังคมไทย
          จากวัฒนธรรมอันงดงาม



          การแต่งกายของไทยทรงดำ

      

               การแต่งกายของชาวไทยทรงดำ แต่งกายด้วยผ้าสีดำเป็นพื้น ตามปรกติฝ่ายชายจะสวมกางเกงแค่เข่าเรียกว่า " ซ่วงก้อม" ใส่เสื้อค่อนข้างรัดรูป
          ยาวถึงสะโพกแล้วผ่าปลายทั้งสองข้าง แขนยาวเป็นกระบอกถึงข้อมือติดกระดุมเงินอย่างถี่ ๆ ตั้งแต่คอถึงเอว เสื้อชนิดนี้เรียกว่า เสื้อก้อมหรือเสื้อไทย
          ถ้าไปในงานที่เป็นพิธีการจะสวมกางเกงขายาวเรียกว่า ซ่วงฮี และใส่เสื่อตัวยาวมีลายปักประดิษฐ์ ตามแบบเฉพาะของตนเอง เรียกว่า เสื้อฮี

               ฝ่ายหญิงตามปรกติสวมเสื้อก้อมติดกระดุมเงิน ถ้าเป็นงานพิธีจะสวมเสื้อฮี ผ้าซิ่นที่ใช้นุ่งมีลักษณะเฉพาะคือพื้นดำสลับลาย เส้นสีขาวครามและมีวิธี
          นุ่งผ้าซิ่นของชาวไทยทรงดำผิดแปลกไป คือใช้มุมผ้าทางซ้ายและขวาทบกันแล้วหักพับลง คาดด้วยเข็มขัด ตรงกลาง แหวกเป็นฉาก ทรงผมของผู้หญิง
         นิยมเกล้ามวยซึ่งมี 2 แบบ คือผู้ที่อยู่ในวัยสาว จะเกล้าผมที่เรียกว่า ขอดซอย แต่ถ้าพ้นวัยสาวจะเกล้า แบบ ปั้นเกล้า เป็นการแบ่งแยกวัยวุฒิ


               ประเพณีของไทยทรงดำ

               ประเพณีเสนเฮือนหรือประเพณีเซ่นผีเรือน เนื่องจากชาวไทยทรงดำ นับถือผีบรรพบุรุษ เพราะเชื่อว่าถ้าได้ เซ่นผีบรรพบุรุษแล้ว ผีบรรพบุรุษจะมาปกป้อง
          รักษาลูกหลานเครือญาติให้เกิดความสุขความเจริญ จึงได้เชิญผีบรรพบุรุษมาไว้บนเรือน ในห้องที่เรียกว่า "กะล้อห่อง" มุมหนึ่งของเสาบ้านในห้องนั้นเป็นที่           เซ่นไหว้ผีเรือนทุกๆ 10 วัน เรียกว่า ป้าดตง โดยมีแก้วน้ำ และชาม ข้าว วางอยู่เป็นประจำ


               ประเพณีเที่ยวขวง ( โอ้สาว ) คำว่า “ ขวง ” หมายถึงสถานที่แห่งหนึ่งในลานบ้าน มักยกเป็นแคร่ ซึ่งยามกลางคืนใน ฤดูว่างงานจากการทำนา
          สาว ๆ ประจำหมู่บ้านกลุ่มหนึ่ง ( ถ้าหมู่บ้านใหญ่มีสาวมากก็แบ่งเป็นหลายกลุ่มที่เป็นบ้านใกล้เรือนเคียง และตกลงกันว่าจะใช้สถานที่
          บ้านของใครเป็น “ ขวง ” ) ประมาณ 3 – 4 คนขึ้นไป มานั่งรวมกัน ทำงานฝีมือผู้หญิง เช่น ปั่นด้าย ปักหน้าหมอน เป็นต้น เริ่มนั่งขวงประมาณ ๒๐.๐๐ น.
          การนั่งขวงเป็นประเพณีมาแต่เดิม เพื่อให้ได้ประโยชน์ในการผลิตเครื่องนุ่งห่มอย่างหนึ่ง และเพื่อเปิดโอกาสหนุ่มสาวในการเลือกคู่ครอง

               ประเพณีเล่นคอน( อิ้นคอน ) เป็นประเพณีการเล่น ( ร้องรำ ขับ ขับคล้าย ๆ ขับเสภา) แต่หางเสียงเนิบฟังทอด ๆ กว่าเซิ้งเอ่วและโอ้สาวอย่างหนึ่ง
          มักเริ่มต้นตั้งแต่เดือนห้าขึ้นหนึ่งค่ำเป็นต้นไป และจะเลิกเล่นคอนต่อเมื่อหมอผีประจำหมู่บ้านกำหนดให้ชาวบ้านเลี้ยงศาลเจ้า ประจำหมู่บ้านล่วงไปแล้ว
          เมื่อเริ่มย่างเข้าเดือนห้า หนุ่ม ๆ ต่างตำบล ( ตำบลเดียวกันจะเที่ยวเล่นคอนในหมู่บ้านของตนนั้นไม่นิยมกระทำกัน ) มักจะรวมพวกของตนเป็นกลุ่ม ๆ
          ประมาณ ๕–๑๐ คนขึ้นไป ซึ่งในจำนวนนั้นจะต้องมีหมอแคน ( คนเป่าแคน ) หมอลำ( คนร้องผสมแคน ) หมอขับ ( คนร้องเพลงระหว่างที่เล่นคอน )ไปด้วย
          การแต่งกายขณะเล่นคอน ( เฉพาะคนที่ทอดช่วง ) ทั้งชายหญิง นิยมใส่เสื้อฮี


          ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก   www.homestayfanclub.com


               ไทยทรงดำ หรือลาวโซ่ง เป็นกลุ่มชนเผ่าไทยที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในแผ่นดินไทยมานานกว่า 200 ปี มีวัฒนธรรมที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น
          การแต่งกาย ทรงผม ภาษา บ้านเรือน อาหารและการประกอบอาชีพ รวมไปถึงความเชื่อที่สืบทอดกันมานาน ก่อให้เกิดพิธีกรรมและประเพณีที่น่าสนใจ
          มากมาย แม้ในกระแสวัฒนธรรมจากภายนอก ที่หลั่งไหลเข้าทดแทนวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับชาวไทยทรงดำ วัฒนธรรมหลายอย่าง
          หาได้สูญสลายไปตามกระแสไม่ แต่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างน่าประทับใจ เช่น ภาษา การแต่งกาย งานประเพณี และการดำรงชีวิตที่สมถะเรียบง่าย
          แบบดั้งเดิม ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ชาวไทยทรงดำพึงพอใจ และดำรง รักษาไว้อย่างภาคภูมิ

               ในวันนี้ ชาวไทยทรงดำยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิต เปิดโอกาสให้สัมผัสกับวิถีชีวิต และร่วมชื่นชมวัฒนธรรมอันงดงาม กับประสบการณ์พักแรม
          แบบเรือนโซ่ง ชิมอาหารพื้นบ้าน ชมการละเล่น สัมผัสกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของชาวบ้าน เช่น การทำนาข้าวเหนียว นาข้าวเจ้า การทอผ้า
          ย้อมผ้า จักสาน เครื่องใช้ไม้สอย ฯลฯ
               บ้านไทยทรงดำตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาย้อย อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี หมู่บ้านตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 100 กม. มีรถโดยสาร-
          ประจำทางปรับอากาศชั้น 1 ชั้น 2 และธรรมดา บริการทุกวันจากสถานีขนส่งสายใต้ ค่าโดยสารคนละ 77 บาท 60 บาท และ 45 บาท หรือโดยสารรถไฟ
          จากกรุงเทพฯ ไปลงที่สถานีเขาย้อย ซึ่งห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 4 กม. โดยสารรถเข้าหมู่บ้าน


               ค่าใช้จ่ายในการเข้าพักอาศัย คิดค่าบริการ 200 บาท/คน/คืน มีอาหาร 2 มื้อ ทั้งเช้าและค่ำ พร้อมอาหารสำหรับตักบาตรพระ
          สามารถติดต่อได้ที่ : คุณสมศรี สาตร์พันธ์ 032-562153 ,01- 4343348


               ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก   www.samutsakhon.go.th


                    ขอขอบคุณ   http://www.moohin.com/   ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล ค่ะ